ความจริงแล้วสื่อโฆษณาออนไลน์ที่สามารถนำมาทำการตลาดออนไลน์ได้ในขณะนี้นั้นมีอยู่หลายช่องทางมาก จนทำให้หลายคนมองว่า Facebook เป็น Red Ocean ที่มีคู่แข่งเยอะ และเริ่มคิดที่จะหันไปทำการตลาดบนสื่อโฆษณาออนไลน์อื่นๆ แทน เราจึงอยากนำเสนอสื่อหลักๆ ที่สามารถทำการตลาดสำหรับคนทั่วไปในยุคนี้มาฝากไว้เพื่อเป็นทางเลือกเสริมกันค่ะ

  1. Facebook และ IG

เป็นสื่อโฆษณาออนไลน์หลักที่หลายธุรกิจยังคงลงทุนอยู่ในขณะนี้ ยิ่งในช่วงวิกฤติไวรัสโคโรน่าที่คนส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาสื่อออนไลน์เพื่ออัปเดตข่าวสารหรือหาความบันเทิง ทำให้อัตราการเล่นเฟสบุ๊กและอินสตาแกรมเพิ่มขึ้นเยอะมาก และเมื่อมีคนนิยมใช้ช่องทางนี้เป็นจำนวนมาก ผู้คนก็ต่างหันมาลงโฆษณาทางเฟสบุ๊คและอินสตาแกรม ส่งผลให้การแข่งขันเพิ่มมากขึ้น จนทำให้ผู้บริโภคเริ่มชินกับโฆษณา ดังนั้นสิ่งที่จะทำให้โฆษณาของคุณโดดเด่นขึ้นมาได้ก็คือการแบ่ง segment ของลูกค้าให้ชัดเจน มีการวัดผล และทำ Content ให้ตรงกับจริตของแต่ละกลุ่มเป้าหมายนั่นเอง

  1. Website

เป็นสินทรัพย์บนโลกออนไลน์ที่เราเป็นเจ้าของ 100% ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลของผู้ใช้งานบนเว็บไซต์ หรือการปรับแต่งต่างๆ ย่อมทำได้มากกว่า Facebook หรือสื่อโฆษณาออนไลน์อื่นๆ การทำการตลาดบนเว็บไซต์ยังถือเป็นช่องทางที่น่าสนใจอยู่ เพราะสามารถเก็บค่าวัดผลได้หลายอย่าง และที่สำคัญคือเมืองไทยยังไม่ก้าวสู่ E-Commerce ร้อยเปอร์เซนต์ ทำให้เรายังมีโอกาสในช่วงวิกฤตินี้เพื่อจัดระเบียบเว็บไซต์ให้เก็บข้อมูลดูพฤติกรรมของลูกค้าในช่วงนี้ เมื่อหมดวิกฤติไวรัส New Normal ใหม่ของคนไทยน่าจะเริ่มหันมาใช้ E-Commrece มากยิ่งขึ้น

  1. Community Web Broad

ยังคงเป็นสื่อโฆษณาออนไลน์ที่ใช้ได้อยู่ แต่จะเหมาะกับสินค้าที่เป็นกลุ่มเฉพาะหรือนีชมาร์เก็ต เช่น กลุ่มคนเล่นกล้อง กลุ่มคนเล่นพระ แต่ถ้าเป็นสินค้าที่ค่อนข้าง Mass พอสมควร เว็บบอร์ดที่มีการ Active อยู่ในเมืองไทยใหญ่ๆ เช่น Pantip ก็เป็นอีกแหล่งที่แบรนด์ใหญ่ๆ ยังคงทำการตลาดอยู่ จะสังเกตุได้ว่ามีหลายแบรนด์ที่ตั้งหน่วยดูแลลูกค้าออนไลน์ขึ้นมา เพื่อตอบปัญหา คำถาม และทำการ PR สินค้าต่างๆ ลงในแพลตฟอร์มเหล่านี้ด้วย

  1. Youtube

เป็นแพลตฟอร์มที่ต้องใช้เวลาดูติดต่อกันค่อนข้างนาน จึงเป็นที่นิยมอันดับต้นๆ ในช่วงที่ไวรัสระบาดแบบนี้ และการทำการตลาดบนสื่อโฆษณาออนไลน์อย่างยูทูปก็มีเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นการลงโฆษณากับ Google Display Ads, การลงโฆษณาคั่นวีดีโอที่มีให้ Skip หรือบังคับดูจนจบ, การจ้างอินฟลูเอนเซอร์ให้มารีวิวของหรือไทอินสินค้า จนกระทั่งการสร้างแชลแนลของเราเองในยูทูปเพื่อใช้สื่อสารระหว่างเรากับลูกค้าก็ยังได้ แถมยังช่วยให้มีโอกาสติด SEO ด้วย เพราะอย่าลืมว่ากูเกิ้ลกับยูทูปเป็นเจ้าของเดียวกัน

  1. Twitter

เป็นแพลตฟอร์มที่เน้นความไว เน้นกระแส จะสังเกตได้ว่าทวิตเตอร์ค่อนข้างมีอิทธิพลมากในสังคมโซเชียล เพราะเวลามีเรื่องดราม่าอะไรเกิดขึ้นสักที ก็มักจะเริ่มต้นจากในทวิตเตอร์ จนมีกระแสอย่างรุนแรงมายังเฟสบุ๊กหรืออินสตาแกรม ดังนั้นถ้าเราทำการตลาดที่เรียกว่า Real-time marketing ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ก็จะทำให้เราเป็นที่รู้จักได้ง่ายบนโลกทวิตเตอร์

  1. Tiktok

เป็นแพลตฟอร์มสำหรับลงคลิปวีดีโอสั้นๆ มีเอฟเฟกต์ให้เลือกเล่นมากมาย ซึ่งตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นดาราหรือเน็ตไอดอลต่างก็เริ่มที่จะเข้ามาเล่น Tiktok กันอย่างแพร่หลายแล้ว ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจสำหรับการทำสื่อโฆษณาออนไลน์ในช่องทางนี้ก็คือ ค่าโฆษณาที่ถูกมาก! แต่ก็ต้องยอมรับว่าผลลัพธ์ของมันยังไม่เน้นที่การปิดการขายสักเท่าไหร่ แต่ถ้าเทียบกับราคาต่อการเข้าถึงแล้วถือว่าเหมาะกับการทำ Awareness สุดๆ

  1. Lazada และ Shopee

Lazada และ Shopee เป็น Marketplace Platform ที่ตอนนี้มีการเข้าชมมหาศาล ซึ่งหลังจากหมดวิกฤติไวรัสครั้งนี้ พฤติกรรมของผู้บริโภคจะเปลี่ยนไปตลอดกาล การซื้อของออนไลน์จะเป็นสิ่งที่ง่ายขึ้น ดังนั้นการที่เรามีหน้าร้านอยู่บน Marketplace Platform จะสามารถทำให้เรามีความได้เปรียบกว่าคู่แข่งที่ยังไม่เข้ามา ทั้งในเรื่องของยอดขาย และจำนวนคนที่เข้าถึงแบรนด์ของเรา

  1. Display ads หรือโฆษณาแบนเนอร์ต่างๆ

Display Ads จะช่วยทำให้แบรนด์เป็นที่จดจำจากการที่สื่อโฆษณาออนไลน์ของเราไปขึ้นบนเว็บต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น Google Adword หรือโฆษณาของกูเกิ้ลที่มีพันธมิตรเป็นเว็บไซต์เกือบทั่วโลก ทำให้เราสามารถเลือกคนที่มีความสนใจตามที่เราต้องการได้ ถ้าเราหาคีย์เวิร์ดที่สามารถทำเงิน หรือกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการสินค้าของเราได้ ก็จะทำให้เราสามารถทำการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะกูเกิ้ลจะคิดค่าโฆษณาตามจำนวนคลิก ถ้ามีคนเห็นโฆษณาของเราแต่ยังไม่คลิก ระบบก็จะไม่หักเงินเรา แต่คนที่เห็นโฆษณาเราแล้วไม่ได้คลิก นอกจากเราจะไม่เสียเงินแล้ว เรายังได้การรับรู้จากคนเหล่านี้เพิ่มอีกด้วย

ซึ่งสื่อโฆษณาออนไลน์ที่กล่าวมาทั้งหมดในวันนี้ถือเป็นช่องทางที่น่าสนใจ กำลังเป็นที่นิยม และน่าลงทุนในยุคโควิดเพียงเท่านั้น ยังมีสื่อโฆษณาออนไลน์ในรูปแบบอื่นๆ อีกมากที่เราต้องศึกษาเพิ่มเติมกันต่อไปด้วย