การทำ SEO เว็บไซต์ให้ติดหน้าแรกบนกูเกิ้ล นอกจากจะให้ประโยชน์ในเรื่องของทราฟฟิกผู้เข้าชมแล้ว ยังสามารถเพิ่มโอกาสในการขายให้กับคุณได้อีกด้วย แต่ปัจจัยที่กูเกิ้ลใช้พิจารณาอันดับ SEO ของเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อนำมาอยู่บนหน้าแรกนั้นประกอบไปด้วยเกณฑ์วัดมากมาย แถมยังมีการปรับเปลี่ยนไปตลอดอีกด้วย ซึ่งปัจจัยหลักๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อการทำ SEO ถูกสรุปรวมไว้แล้ว ดังนี้

โครงสร้างและความปลอดภัยของเว็บไซต์

การทำ SEO ให้เว็บไซต์มีโครงสร้างดี และมีการจัดวางที่เป็นระเบียบ ก็จะช่วยให้บอทของกูเกิ้ลที่เข้ามาตรวจสอบเว็บไซต์ไม่เกิดความสับสน และเข้าใจเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้นด้วยปัจจัยต่างๆ อย่างการเขียนโค้ดเว็บไซต์ที่เรียบร้อย, มี Sitemap ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับบอท และต้องมีความปลอดภัยหรือเป็น HTTPS

ความเร็วในการโหลด

กูเกิ้ลจะมองว่าเว็บไซต์ที่โหลดช้า เป็นเว็บไซต์ที่ให้ประสบการณ์ไม่ดีกับผู้ใช้งาน ทำให้ผู้ใช้งานต้องปิดเว็บไซต์นั้นทิ้งไป กูเกิ้ลจึงต้องพยายามตรวจสอบเว็บไซต์เพื่อหลีกเลี่ยงประสบการณ์ในการค้นหาที่ไม่ดีให้แก่ผู้ใช้งาน และถ้าหากเว็บไซต์ใดยังไม่ปรับเปลี่ยนความเร็วในการโหลด แน่นอนว่าอันดับ SEO จะต้องถูกกูเกิ้ลปรับลงแน่นอน

Mobile Friendly

เพราะคนส่วนใหญ่ใช้งานมือถือมากกว่าคอมพิวเตอร์ เว็บไซต์จึงควรปรับตัวให้รองรับการทำงานทั้งในระบบคอมพิวเตอร์และมือถือ ให้สะดวกต่อการใช้งานยิ่งขึ้น

คุณภาพของโดเมน

การทำ SEO ต้องใช้เวลาในการสะสมคุณภาพของเว็บไซต์ในทุกๆ ด้าน ซึ่งคุณภาพของโดเมน ก็ขึ้นอยู่กับ Domain Authority โดยใช้เกณฑ์ย่อยจากคะแนน 0-100 ในการประเมิน เช่น inbound links และ outbound links

คุณภาพของบทความและเนื้อหาภายในเว็บไซต์

เพราะในแต่ละบทความจะประกอบไปด้วยคีย์เวิร์ด ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กูเกิ้ลนำมาใช้พิจารณาการจัดอันดับ SEO นอกจากนี้ความยาวของแต่ละบทความก็ไม่ควรสั้นเกินไป การใส่คีย์เวิร์ดก็ไม่ควรใส่แต่คำเดิมๆ จนซ้ำกันมากไป เพราะกูเกิ้ลก็อาจจะมองว่าเว็บไซต์คุณเหมือนเว็บสแปม ทางออกที่ดีที่สุดจึงเป็นการเขียนคอนเทนต์ใหม่ๆ ขึ้นมาเอง ไม่ไปลอกบทความจากที่อื่นมาลง และควรเขียนอย่างสม่ำเสมอ แล้วต้องอย่าลืมในส่วนของ Page Title, Header Tag (h1, h2, h3) และ Meta Discription เพราะถือเป็นส่วนที่สำคัญมากต่อการทำ SEO

ประสบการณ์ในการใช้งานเว็บไซต์

การทำ SEO จะเปล่าประโยชน์หากคุณทำบทความในเว็บไซต์ออกมาได้ไม่น่าสนใจ เนื้อหาให้คำตอบที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานไม่ได้ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้ใช้งานจะกดออกจากเว็บไซต์นั้นไป ซึ่งกูเกิ้ลก็จะใช้ตัววัดอย่าง Bounce Rate (อัตราการเด้งออกจากเว็บไซต์) มาวัดพฤติกรรมของผู้ใช้งานบนเว็บไซต์คุณว่าเป็นอย่างไรบ้าง เพราะถ้าหากมีอัตราการเด้งออกสูง กูเกิ้ลก็จะมองว่าเนื้อหาบทความบนเว็บไซต์คุณไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานได้ การจัดอันดับ SEO ให้อยู่บนหน้าแรกๆ ก็จะยิ่งกลายเป็นเรื่องยากไปในทันที

นอกจากนี้ Google ยังใช้ Click Through Rate (อัตราการคลิกเข้าเว็บไซต์) มาเป็นตัววัดอีกด้วย ดังนั้นจึงควรเขียน Page Title และ Meta Description ให้ออกมาน่าสนใจ เพราะหากมีผู้ใช้งานค้นหา Google แล้วคลิกเข้ามาเจอกับเว็บไซต์คุณ คุณก็จะได้อัตราการคลิกเข้าเว็บไซต์ที่สูง ส่งผลให้กูเกิ้ลให้คะแนนในการจัดอันดับ SEO ที่สูงขึ้นตามไปด้วย

Inbound Links/Internal Links/Backlinks

ระบบของเว็บไซต์ทั้งหมด ล้วนเกิดการจากลิงก์กันของ URL ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบนเว็บไซต์ของคุณเอง, การลิงก์กันของเว็บไซต์อื่นสู่เว็บไซต์คุณ หรือการลิงก์จากเว็บไซต์อื่นบนเว็บไซต์คุณก็ตาม กูเกิ้ลจะให้ความสำคัญกับ Backlink หรือ Inbound Links จากการที่เว็บไซต์อื่นเขียนบทความเกี่ยวกับข้อมูลบนเว็บไซต์คุณ แล้วใส่ URL ของเว็บไซต์คุณเพื่อเป็นเครดิต และถ้ายิ่งมี Backlink มาจากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือมาก ก็จะส่งผลดีต่อการทำ SEO เพราะกูเกิ้ลจะยิ่งให้คะแนนเว็บไซต์คุณมากขึ้นตามไปด้วย

นอกจากการวางโครงสร้างบทความและการผลิตบทความที่ดีออกมาอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ จะกลายเป็นปัจจัยหลักในการทำ SEO ในปัจจุบันนี้ไปแล้ว ก็ไม่ควรมองข้ามปัจจัยในส่วนอื่นๆ ตามที่กล่าวไปในบทความนี้ด้วย เพราะถ้าหากไม่ทำทุกอย่างควบคู่กันไป การติดอันดับ SEO บนหน้าแรกของกูเกิ้ลก็จะเป็นไปได้ยากอยู่ดี