ทุกวันนี้ Content ที่คุณสร้างขึ้นมาสามารถตอบโจทย์หรือแก้ไขปัญหาที่ลูกค้าต้องการได้แล้วหรือยัง? Content เรื่องเดียวกันใช่ว่าจะใช้ได้กับโซเชียลมีเดียทุกช่องทาง การคำนึงถึงรูปแบบของแต่ละช่องทางว่ามีอะไรบ้าง เหมาะกับการโพสต์ Content รูปแบบไหนจะช่วยให้เราได้เปรียบในการเข้าถึงลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น เพราะการเล่าสิ่งที่ต้องการให้ถูกใจพฤติกรรมการใช้สื่อของผู้ใช้งานแต่ละช่องทางถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เช่นในช่องทางหนึ่งโพสต์ Content แบบวิดีโอแล้วได้ผลดี มีประสิทธิภาพ แต่กับอีกช่องทางหนึ่งอาจไม่ได้ผลเลยก็เป็นไปได้ ดังนั้นเรามารู้จักรูปแบบของแต่ละโซเชียลมีเดีย เพื่อใช้เป็นแนวทางในการโพสต์ Content ครั้งต่อไปกันค่ะ

Facebook

เหมาะกับการเข้าถึงคนในจำนวนเยอะๆ ช่วยเพิ่มความเป็นที่รู้จักให้กับแบรนด์ และสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้าได้ดี ซึ่งรูปแบบ Content ที่ฮิตมากในช่วงเวลานี้ก็คือวิดีโอ และการถ่ายทอดสด เพราะเป็นรูปแบบที่รวดเร็ว เข้าใจง่าย และยังใส่ความเป็นกันเองเข้าไปได้ ที่สำคัญคือควรโพสต์วิดีโอลง Facebook ไปเลย เพราะจะให้ผลการมีส่วนร่วมและการแชร์ได้มากกว่าการโพสต์ลิงก์จาก Youtube

แต่ในทางกลับกัน การแชร์ลิงก์ที่เป็นบทความจากบล็อคกลับได้รับผลตอบรับที่ดีกว่า Content รูปแบบวิดีโอ เพราะจะสามารถศึกษารายละเอียดที่มีเนื้อหาลึกๆ และดูมีความน่าเชื่อถือ

Instagram

เหมาะกับการโพสต์รูปภาพและวิดีโอสวยๆ ซึ่งผู้ใช้งาน Instagram ส่วนใหญ่จะมีความชื่นชอบคอนเทนต์ที่ให้ความรู้สึกสุนทรีย์ สวยงาม ผ่อนคลายมากกว่า Content วิชาการที่เครียดๆ หรือขายตรงจนเกินไป ดังนั้น Content ที่โพสต์ส่วนใหญ่จึงเป็นภาพของรูปถ่ายผลิตภัณฑ์ ภาพการผลิตสินค้า ภาพพนักงานที่แสดงถึงความสนุกสนาน มีความสุข หรือ Content ที่มาจากลูกค้าโดยตรง

แต่รูปแบบที่มองข้ามไม่ได้เลยในนาทีนี้ก็คือ Instagram Stories ซึ่งเป็นรูปแบบ Content ที่คนในปัจจุบันนิยมใช้มากกว่าการโพสต์รูปภาพบนหน้าฟีดเสียอีก เพราะเป็น Content ที่เหมาะแก่การเสพแบบเร็วๆ มีลูกเล่นเยอะสามารถทำการตลาดได้หลายแนว ไม่ว่าจะเป็นการประกาศโปรโมชั่น แจกรางวัล คูปองส่วนลด การอัปเดตข้อมูลข่าวสาร หรือการแบ่งปันข้อมูลความรู้ ก็สามารถช่วยดึงให้คนดูเกิดความสนใจและกดเข้ามาดูที่หน้าฟีดเราต่อได้เช่นกัน

Twitter

เหมาะกับ Content ข่าวสารใหม่ๆ หรือข่าวที่เป็นกระแส ช่องทางนี้จึงเป็นแพลตฟอร์มที่เหมาะกับการแบ่งปันข่าวสาร หรือกล่าวถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ

นอกจากนี้ยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่สามารถแชร์บทความ หรือคอนเทนต์ดีๆ จากเพจอื่นๆ ได้อีกด้วย เพราะพฤติกรรมการใช้งานของคนใน Twitter มีการแชร์ข้อมูลหลายครั้งต่อวัน และบางทีอาจมีการแชร์ที่มากกว่า Facebook อีกด้วย แต่ทุกครั้งที่แชร์ก็อย่าลืมแนบลิงก์ รูปภาพประกอบ วิดีโอ หรือ GIF เพื่อสื่อถึงอารมณ์ความรู้สึก เพิ่มความน่าสนใจให้กับสิ่งที่แชร์มาด้วยนะคะ

การพาลูกค้าให้เข้ามาเจอกับสินค้าของเราจะทำได้ไม่ยากเลย หากเราเลือกนำเสนอ Content ที่แตกต่าง และเหมาะสมกับช่องทางนั้นจริงๆ ยิ่งในช่วงที่ Facebook กำลังเข้าสู่ช่วงปรับปรุงระบบลดการมองเห็นแบบนี้ เรายิ่งต้องเพิ่มช่องทางการนำเสนออื่นๆ เพื่อซัพพอร์ตแบรนด์ตัวเองให้อยู่รอดไปกับการแข่งขันทางธุรกิจในอนาคตด้วยเช่นกัน